กลุ่มสังคมวัฒนธรรม

ในการศึกษาความไม่เป็นธรรม ส่วนใหญ่เราก็มุ่งเน้นไปสู่เรื่องของเชิงสังคม แต่สำหรับโครงการความเป็นธรรมทางสังคมเพื่อสังคมสุขภาวะ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ให้ความสำคัญต่อประเด็นปัญหาทางสังคมที่มีผลต่อสุขภาพด้วย เนื่องจากในต่างประเทศและในโลกสากลเริ่มให้ความสำคัญ และฝั่งสุขภาพเอง ได้ทำการสำรวจพบว่า มีปัญหาการเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ แล้วไปแก้ปลายทางคือแก้ที่การบริการสุขภาพ แก้ทางด้านสุขภาพเพียงด้านเดียว แต่ว่า แต่ได้ละเลยในส่วนที่เป็นปัญหารากเหง้าคือ ปัญหาเชิงสังคมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โครงการนี้จึงมีความพยายามที่จะเชื่อมโยงปัญหาสังคมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือ “ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ” ที่ได้มีการศึกษามาและในหลายประเทศได้เริ่มนำประเด็นนี้เข้าไปสู่การพัฒนาของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นโครงการนี้จึงนำไปสู่การวิจัยในหลาย ๆ งานที่สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯเอง ได้นำเข้ามาศึกษาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง แรงงานนอกระบบ ชาวนา เกษตรกร การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ เรื่องชนเผ่าที่ได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมในหลายๆ ด้าน เพราะฉะนั้นในการจัดการประชุมครั้งนี้เอง เป็นการนำเสนอข้อค้นพบจากงานวิจัย และช่วยกันเสนอแนะและให้ข้อคิดเพื่อที่จะไปปรับปรุงเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ เพื่อต่อเนื่องในเรื่องของการพัฒนาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการมองความสำคัญของการตลาดที่เป็นธรรมและยั่งยืน

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี : ผู้อำนายการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

monks_2
การเสวนาชุดความรู้ ความไม่เป็นธรรมจากมุมมองพระนักพัฒนาภาคอีสาน

การศึกษาความไม่เป็นธรรมจากมุมมองพระนักพัฒนาภาคอีสาน พิจารณาความไม่เป็นธรรมทางสังคมในประเด็นความเท่าเทียมกันในโอกาสที่จะเข้าถึงทรัพยากรหรือปัจจัยสี่ ที่พอเพียงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในสังคม โดยพิจารณาผ่านบทบาทของวัดและพระภิกษุสงฆ์ในฐานะที่เป็นสื่อการพัฒนา(development agents) เนื่องจากในอดีตวัดเป็นทุกอย่างของสังคมไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นแหล่งให้บริการสังคมแก่ประชาชน พระสงฆ์จึงมีบทบาทเป็นผู้นำทางจิตใจของประชาชน เป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพเชื่อถือและการร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้นพระสงฆ์จึงกลายเป็นที่พึ่งของสังคมในทุก ๆ เรื่อง และความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนที่มีต่อวัดจึงผูกพันแนบแน่นตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน

content_184142_1516520756
โครงการศึกษาเชิงปฏิบัติการ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสุขภาวะและสังคมอิสานที่เป็นธรรม

เป็นบทความที่นำเสนอเพิ่มเติมใน โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสุขภาวะและสังคมอิสานที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นความพยายามศึกษากระบวนการเรียนรู้ระหว่าง คนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ คือ “นิเวศวัฒนธรรมของชาวอีสาน” ซึ่งอยู่กับแบบแผนการผลิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติมาโดยตลอด

e_ajkmtvxz3678
โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การจัดกระบวนการเรียนรู้ประชาชนกลุ่มชนเผ้าพื้นเมืองเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม กรณี อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของผู้ปฏิบัติงานด้านพัฒนาสังคมของสองขบวนหลักในภาคเหนือคือ ขบวนเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองโดยสมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) และคณะทำงานประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.ภาคเหนือ) โดยสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการนี้มีเป้าหมายการทำงานที่สำคัญคือ การเพิ่มอำนาจประชาชนเพื่อให้มีความสามารถในการจัดการท้องถิ่นของตนเอง

south-1
โครงการสามจังหวัดชายแดนใต้

โครงการสามจังหวัดชายแดนใต้ มุ่งเพื่อศึกษา เก็บข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูลให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในมุมมองจากชาวบ้านพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สาเหตุที่ทำให้เกิดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งสิ่งที่จะทำให้ช่องว่างเหล่านั้นลดน้อยลง เพื่อเยียวยาสภาพสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพื้นที่ป่าและฐานทรัพยากรธรรมชาติได้แก่ ดิน น้ำ ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมที่สมบูรณ์ วิถีชุมชนดำเนินไปอย่างเรียบง่ายบนฐานการพึ่งพิงทรัพยากรเพื่อการยังชีพ โยหวังว่าวัฒนธรรมซึ่งมีลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นดังกล่าวจะช่วยสร้างความเป็นธรรมและช่วยบรรเทาความเหลื่อมล้ำได้