justice101 

(ภาพคลื่นสึนามิถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ จาก http://news.mthai.com/world-news/107706.html)

 

ปกรณ์ เลิศเสถียรชัย : สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เวลาพูดเรื่องความไม่เป็นธรรม เรามักพูดถึงการกระจายทรัพยากร ความสุขต่างๆ แต่จริงๆ มีอีกด้านคือ ในแง่ของความทุกข์ ภยันตราย ความเสี่ยงกระจายออกไปได้อย่างไร

 

ในขณะที่เราพยายามคิดว่าโลกสมัยใหม่มีกระบวนการต่างๆ เช่น ตลาด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี แล้วคิดว่า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยกระจายความสุข แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีแต่ด้านความสุขด้านเดียว มีสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเกิดขึ้น เราควบคุมมันไม่อยู่เหมือนว่าเมื่อเราชุบปีศาจทำให้มีชีพขึ้นมา เพื่อให้มันสร้างประโยชน์ให้ แต่แล้วเราก็คุมมันไม่อยู่

 

ความเสี่ยง 3 มิติที่จะพูดถึงคือ ความเสี่ยงจากตลาด เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม

 

1) ความเสี่ยงจากตลาด

 

 

ได้แก่ วิกฤตเศรษฐกิจ ความล่มสลายทางเศรษฐกิจ การขูดรีดแรงงานในระดับโลก การค้าคาร์บอน ฯลฯ ประเด็นหลักคือ ความเสี่ยงของตลาดที่เกิดขึ้นในช่วงหลังเกิดขึ้นเพราะเราผลักทุกอย่างให้มีมูลค่า มีราคาไปทั้งหมด การกระทำเช่นนี้เสริมไปด้วยว่า เราลดทอนความคุ้มครองด้านสวัสดิการลง ผลักทุกคนไปสู่วิถีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น วิกฤตสหรัฐฯ ตอนแรกมีความพยายามทำให้อสังหาริมทรัพย์โตขึ้น ทุกคนเป็นหนี้ ตลาดขยายเกินจริง ทำให้ตลาดมีความมั่นคงมากขึ้นด้วยเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ แต่สุดท้ายแล้วมีสิ่งที่ไม่ได้คำนวณมาแต่แรกเกิดขึ้น ผลกระทบมักไม่เกิดกับตัวใหญ่ แต่จะตกกับรายย่อย เช่น การตกงาน สูญเสียบ้าน ที่มันลามไปอีกเพราะเราปลดหลายอย่างลง เราเชื่อมโยงหลายสิ่งในโลก ทำให้กระทบโยงไปหมด ที่เห็นชัดคือ กรณีกองทุนบำเหน็จบำนาญในไอส์แลนด์ เพราะเอาทุกอย่างไปผูกไว้กับการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินในสหรัฐและอังกฤษ สุดท้ายกองทุนนี้แทบล้มละลายและสูญเงินไปทั้งหมด

 

 

justice102

 

 

ภาพการ์ตูนที่เอามาให้ดูนี้ จะเป็นการล้อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้ตลาดระดับโลก พวกบรรษัทขนาดใหญ่ไปกดขี่ข่มเหง เฆี่ยนตีใครบ้าง ภาพด้านขวาเป็นการค้าคาร์บอน ที่มีหลักการว่า หากทำให้คาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาหรือการลดคาร์บอนนี้มีมูลค่าได้จะแก้ปัญหาได้ แต่สุดท้ายแล้วการเอาเรื่องสิ่งแวดล้อมไปผูกกับตลาดกลับทำให้เป็นที่สงสัยว่านี่คือการปั่นเงินของพวกบรรษัทตัวใหญ่หรือเปล่า การแก้ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นอย่างจริงใจ ทำให้เรื่องการละเมิดสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องแสวงหากรรมสิทธิ์ได้ แทนที่จะต้องถูกลงโทษ

 

2) ความเสี่ยงจากระบบเทคโนโลยี

 

เน้นขนาดใหญ่ กรณีสำคัญที่เชอร์โนบิล และฟูกูชิมะ ผู้เชี่ยวชาญมักบอกว่าความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุคือ 1 ใน 20000 หรือ 1 ใน 80000 คือ รอไป 80000 ปีจึงจะเกิด แต่ในกรณีที่เกิดในเชอร์โนบิล สร้างมาไม่ถึง 20 ปีก็เกิดแล้ว  ที่เกิดที่ฟูกูชิมะจะอธิบายอย่างไร คำอธิบายทางเทคนิคอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูสภาพความเป็นมาทางเศรษฐกิจ สังคมด้วย  ที่เกิดขึ้นที่ฟูกูชิมะ โรงไฟฟ้าเป็นความเสี่ยง ตั้งอยู่ในแคว้นที่ถูกละเลยการพัฒนามาเป็นร้อยปีตั้งแต่หลังการปฏิวัติเมจิ คือแคว้นนี้ไม่เอาด้วยกับการปฏิวัติ จึงถูกละเลยไป ขณะที่ญี่ปุ่นเร่งรัดการพัฒนามาก คนก็ออกจากแคว้นนี้ไปอยู่โตเกียวหมด ชนบทญี่ปุ่นจึงเสี่ยงต่อการล่มสลาย เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการเอาอุตสาหกรรม คือ โรงไฟฟ้าไปเป็นทุนให้ชุมชนขยับไปได้  ที่ญี่ปุ่นมีเครือข่ายที่รวมตัวกันระหว่างข้าราชการ อุตสาหกรรมใหญ่  นักนโยบาย และผู้ควบคุมดูแลที่ทำให้การตรวจสอบการสร้างมาตรฐานไม่เป็นไปตามที่ควร องค์ประกอบทางสังคมเหล่านี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น  ตอนนี้เขากำลังมีการต่อสู้กันระหว่างท้องถิ่นที่พยายามมีกระบวนการใหม่ๆ ในการดึงการพัฒนาเทคโนโลยีให้ผูกกับท้องถิ่น กับนโยบายนิวเคลียร์ของส่วนกลาง

 

3) ความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม

 

พูดถึงกรณีแร่ใยหิน เกี่ยวข้องกับสิ่งปลูกสร้าง เพราะอยู่ในบ้าน อาคารต่างๆ คนงานรับเข้าไปจะเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บรรษัทขนาดใหญ่ที่ใช้แร่ใยหินในอิตาลีถูกฟ้องและต้องจ่ายค่าชดเชยไป 30 กว่าล้านบาท  กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้มีการต่อสู้มากกว่า 30 ปี ทำไมการต่อสู้นานขนาดนั้น ประการแรกคือ การหาสาเหตุของโรคใช้เวลานานมาก ทั้งจากกรณีนี้และหลายกรณีจะเห็นได้ว่า การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมอยู่ที่การรวมตัวของประชาชนสร้างองค์ความรู้ของตัวเอง หรือผูกกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เห็นใจเขา สร้างองค์ความรู้ไปต่อสู้กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ผูกกับธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

 

 

 

justice103

 

 

ดังนั้น สภาพความเสี่ยงในโลกสมัยใหม่ที่นำมาซึ่งความไม่เป็นธรรม มีหลายประการ

 

ประการแรก  ตัวผลประโยชน์กลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลหรือนิติบุคคล ขณะที่ความเสี่ยงถูกกระจายออกไปในสังคม  ส่วนที่แน่นอนตีมูลค่าได้ เกิดประโยชน์แน่ๆ จะตกกับบรรษัทขนาดใหญ่ ส่วนที่ตีมูลค่าไม่ได้จะตกอยู่กับรายย่อย

 

ประการที่สอง พบว่า การกระจายประโยชน์ในสังคมเท่าๆ กับการกระจายความเสี่ยงด้วย

 

ประการที่สาม ชัดเจนจากฟูกุชิมะ เรื่องที่เป็นการจัดการเชิงเทคนิค การคิดเป็นตัวเลข จริงๆ แล้วมีคุณค่ากับสังคมหรือไม่ แล้วการคิดต่างๆมีอคติอยู่แล้วหรือเปล่าว่าจะกระจายความเสี่ยงให้ใคร

 

ประการที่สี่ ความเสี่ยงเป็นเรื่องความไม่แน่นอน ดังนั้น การเรียกร้องความเป็นธรรมจึงต้องเป็นการปะทะกันระหว่างความรู้ที่ถูกสถาปนาแล้วจากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ กับคนทั่วไปที่มีประสบการณ์อีกแบบที่พบว่าความรู้เดิมนั้นใช้ไม่ได้แล้ว

 

สำหรับข้อเสนอ

 

ประการแรก เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแลกเปลี่ยนข้ามวิชากัน ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อมให้ได้คุยกัน ทำอย่างไรให้ระบบพลังงานยั่งยืนเกิดขึ้นได้

 

ประการที่สองคือ คุยเรื่องความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้มีแต่นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมผูกขาด แต่เอาประสบการณ์ชีวิตที่เผชิญความเสี่ยงมาร่วมพูดคุยด้วย

 

ประการที่สาม ดึงเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ขึ้นมาเป็นประเด็น เราไม่สามารถปล่อยให้ตลาดคิดเรื่องกรรมสิทธิ์เป็นหลัก ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ควรเป็นขอบเขตที่หยุดตลาดไว้

 

ประการสุดท้าย นักวิชาการทางเทคนิคต่างๆ ควรได้มีการคิดไตร่ตรองและมีความรับผิดชอบมากขึ้น